TH

|

EN

ประกันภัยรถยนต์คืออะไร?

ประกันภัยรถยนต์คืออะไร?

กรกฎาคม 09, 2563 |
โพสโดย : maxi |

ประกันภัยรถยนต์คือ การจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินถนน เป็นการคุ้มครองความเสียหาย ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ผ่านบริษัทประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยจะออกหลักฐานของสัญญาประกันภัยให้เป็นลายลักษณ์อักษร ว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถยนต์ผู้ทำประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้

แล้วทำไมประกันภัยรถยนต์ถึงมีความสำคัญ?

คุณลองมาคิดดูเล่น ๆ ว่าคุณมีรถยนต์อยู่หนึ่งคัน แต่วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุจนได้รับความเสียหาย ทั้งร่างกายและทรัพย์สิน ถ้าหากคุณไม่มีประกันภัยรถยนต์ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ คุณจะต้องเป็นคนออกเองทั้งหมด แต่ถ้าหากคุณมีประกันภัยรถยนต์ ทางบริษัทประกันภัยก็จะเข้ามาจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านั้นแทนคุณ ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ค่ะ ดังนั้น ก็คงต้องกลับมาคิดกันอย่างจริงจังแล้วล่ะ คุณจะมั่นใจได้มากแค่ไหน ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันแบบนั้นขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์และความสูญเสียต่าง ๆ เหล่านั้น เป็นอะไรที่อยู่เหนือการควบคุม การป้องกันไว้จึงดีกว่าการมาแก้ไขทีหลังอย่างแน่นอน

ประกันภัยรถยนต์มีแบบไหนบ้าง?

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ พ.ร.บ. เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ผู้ครอบครองรถยนต์ ต้องทำประกันกับบริษัทประกันภัย ซึ่งประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้เป็นกรณีบังคับตามกฎหมาย รถยนต์ทุกคันต้องมี หากไม่มีหรือมีแต่ไม่ต่ออายุ จะมีความผิดตามกฎหมาย มีให้เพื่อคุ้มครองความเสียหายแก่ผู้ประสบเหตุทางรถยนต์ ทั้งตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนเดินถนนทั่วไปที่โดนลูกหลง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุค่ะ

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นการทำประกันความเสียหาย ซึ่งผู้ครอบครองรถยนต์มีความสมัครใจ ทำประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้ด้วยตัวเอง โดยไม่มีการบังคับทำตามกฎหมาย เหมือนกับ พ.ร.บ. และการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนี้ ยังแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ

1. กรมธรรม์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ เป็นประกันที่คุ้มครองผู้ขับขี่คนใดก็ได้ ที่ทางผู้ซื้อประกันยินยอมให้ขับขี่ เปรียบเสมือนกับเป็นเจ้าของรถยนต์เอง

2. กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ กรมธรรม์แบบใหม่ที่ผู้ซื้อประกันจะต้องเป็นบุคคลธรรมดา ที่ใช้รถส่วนบุคคล และมีการระบุเงื่อนไขทางด้านอายุมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน ในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย และคุ้มครองเฉพาะผู้ซื้อประกันเท่านั้น อีกทั้งผู้ซื้อประกันภัยยังต้องร่วมรับผิดชอบต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้นอีกด้วย หากผู้ขับขี่เป็นคนละคนกับที่ระบุในกรมธรรม์

ประเภทของประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์มีให้เลือกถึง 5 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็ให้ความคุ้มครองแตกต่างกันออกไป และตอบโจทย์กับพฤติกรรมการใช้รถที่แตกต่างกันออกไป เรามาดูกันดีกว่าประกันภัยรถยนต์แบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด

ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด โดยจะคุ้มครองทั้งด้านทรัพย์สิน ความเสียหายของรถยนต์ ด้านชีวิตและร่างกายของทั้งเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ และคู่กรณี  ความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ และรถยนต์สูญหาย

ประเภท 2 ให้ความคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกายของเจ้าของรถและคู่กรณี ด้านทรัพย์สินเฉพาะของคู่กรณีเท่านั้น และความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ หรือรถยนต์สูญหาย

ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคล ทั้งเจ้าของรถและคู่กรณีคือคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกาย โดยคุ้มครองทรัพย์สินเฉพาะของคุ่กรณีเท่านั้น

ประเภท 4 ให้ความคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สิน ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้ง

ประเภท 5 แบ่งประเภทย่อยได้อีก 2 ประเภท คือ

1. ประเภท 2+ ให้ความคุ้มครองด้านทรัพย์สิน ด้านชีวิตและร่างกายของทั้งเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ และคู่กรณี ความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ รถยนต์สูญหาย แต่ในกรณีความเสียหายด้านตัวรถยนต์ จะต้องมีคู่กรณีเท่านั้น จึงจะคุ้มครอง

2. ประเภท 3+ ให้ความคุ้มครองด้านทรัพย์สิน ด้านชีวิตและร่างกายของทั้งเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ และคู่กรณี รวมไปถึงความเสียหายด้านตัวรถยนต์ ในเคสที่มีคู่กรณีเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าประกันภัยรถยนต์ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากจนเกินไป แต่หลายคนกลับมองข้าม การเริ่มต้นศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์จะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้ค่ะ

ประกันภัยรถยนต์คือ การจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินถนน เป็นการคุ้มครองความเสียหาย ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ผ่านบริษัทประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยจะออกหลักฐานของสัญญาประกันภัยให้เป็นลายลักษณ์อักษร ว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถยนต์ผู้ทำประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้

แล้วทำไมประกันภัยรถยนต์ถึงมีความสำคัญ?

คุณลองมาคิดดูเล่น ๆ ว่าคุณมีรถยนต์อยู่หนึ่งคัน แต่วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุจนได้รับความเสียหาย ทั้งร่างกายและทรัพย์สิน ถ้าหากคุณไม่มีประกันภัยรถยนต์ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ คุณจะต้องเป็นคนออกเองทั้งหมด แต่ถ้าหากคุณมีประกันภัยรถยนต์ ทางบริษัทประกันภัยก็จะเข้ามาจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านั้นแทนคุณ ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ค่ะ ดังนั้น ก็คงต้องกลับมาคิดกันอย่างจริงจังแล้วล่ะ คุณจะมั่นใจได้มากแค่ไหน ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันแบบนั้นขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์และความสูญเสียต่าง ๆ เหล่านั้น เป็นอะไรที่อยู่เหนือการควบคุม การป้องกันไว้จึงดีกว่าการมาแก้ไขทีหลังอย่างแน่นอน

ประกันภัยรถยนต์มีแบบไหนบ้าง?

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ พ.ร.บ. เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ผู้ครอบครองรถยนต์ ต้องทำประกันกับบริษัทประกันภัย ซึ่งประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้เป็นกรณีบังคับตามกฎหมาย รถยนต์ทุกคันต้องมี หากไม่มีหรือมีแต่ไม่ต่ออายุ จะมีความผิดตามกฎหมาย มีให้เพื่อคุ้มครองความเสียหายแก่ผู้ประสบเหตุทางรถยนต์ ทั้งตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนเดินถนนทั่วไปที่โดนลูกหลง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุค่ะ

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นการทำประกันความเสียหาย ซึ่งผู้ครอบครองรถยนต์มีความสมัครใจ ทำประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้ด้วยตัวเอง โดยไม่มีการบังคับทำตามกฎหมาย เหมือนกับ พ.ร.บ. และการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนี้ ยังแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ

1. กรมธรรม์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ เป็นประกันที่คุ้มครองผู้ขับขี่คนใดก็ได้ ที่ทางผู้ซื้อประกันยินยอมให้ขับขี่ เปรียบเสมือนกับเป็นเจ้าของรถยนต์เอง

2. กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ กรมธรรม์แบบใหม่ที่ผู้ซื้อประกันจะต้องเป็นบุคคลธรรมดา ที่ใช้รถส่วนบุคคล และมีการระบุเงื่อนไขทางด้านอายุมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน ในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย และคุ้มครองเฉพาะผู้ซื้อประกันเท่านั้น อีกทั้งผู้ซื้อประกันภัยยังต้องร่วมรับผิดชอบต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้นอีกด้วย หากผู้ขับขี่เป็นคนละคนกับที่ระบุในกรมธรรม์

ประเภทของประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์มีให้เลือกถึง 5 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็ให้ความคุ้มครองแตกต่างกันออกไป และตอบโจทย์กับพฤติกรรมการใช้รถที่แตกต่างกันออกไป เรามาดูกันดีกว่าประกันภัยรถยนต์แบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด

ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด โดยจะคุ้มครองทั้งด้านทรัพย์สิน ความเสียหายของรถยนต์ ด้านชีวิตและร่างกายของทั้งเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ และคู่กรณี  ความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ และรถยนต์สูญหาย

ประเภท 2 ให้ความคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกายของเจ้าของรถและคู่กรณี ด้านทรัพย์สินเฉพาะของคู่กรณีเท่านั้น และความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ หรือรถยนต์สูญหาย

ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคล ทั้งเจ้าของรถและคู่กรณีคือคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกาย โดยคุ้มครองทรัพย์สินเฉพาะของคุ่กรณีเท่านั้น

ประเภท 4 ให้ความคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สิน ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้ง

ประเภท 5 แบ่งประเภทย่อยได้อีก 2 ประเภท คือ

1. ประเภท 2+ ให้ความคุ้มครองด้านทรัพย์สิน ด้านชีวิตและร่างกายของทั้งเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ และคู่กรณี ความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ รถยนต์สูญหาย แต่ในกรณีความเสียหายด้านตัวรถยนต์ จะต้องมีคู่กรณีเท่านั้น จึงจะคุ้มครอง

2. ประเภท 3+ ให้ความคุ้มครองด้านทรัพย์สิน ด้านชีวิตและร่างกายของทั้งเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ และคู่กรณี รวมไปถึงความเสียหายด้านตัวรถยนต์ ในเคสที่มีคู่กรณีเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าประกันภัยรถยนต์ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากจนเกินไป แต่หลายคนกลับมองข้าม การเริ่มต้นศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์จะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้ค่ะ

SHARE